QSHC CHANNEL

Dramatic | Stunning

ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแ่กน

Take A Quick Tour

TOP MOVIES

Joomla! Compatibility

  • Action | Adventured
  • 1.235.102

JSN Moviebox is highly compatible with Joomla! 3.8+ and provide cutting-edge features for a modern website that standard Joomla! template cannot do. Especially, we have pre-built many pages (such as About, Coming Soon, Contact, New Releases, Latest News, etc.) which support you to finish the website on the fast track.

Career
CareerRead more
We recently opened new hospital on UX Joomla city
We recently opened new hospital on UX Joomla cityRead more
Heart Heart Program
Heart Heart Program
Package
Read more
VIew All Top MoviesVIew All Top MoviesVIew All Top Movies

NEW RELEASES

View More

X-Men

  • 1.235.102

Weaponized

  • 1.235.102

Mad Max

  • 1.235.102

Crank

  • 1.235.102

Super Girl

  • 1.235.102

Jumanji 2

  • 1.235.102

COMING SOON

About JSN Moviebox

JSN Moviebox is an ideal choice for movie and other entertainment websites with a well-organized design and cinematic look, which definitely amazes your visitors. Most of its modules and pages are quickly composed with JSN PageBuilder 3 with simple drag and drop actions. With the helps of JSN ImageShow and Uniform extensions, you can add stunning galleries or image slideshows, and create many forms for contact and payment aims. Using K2 for blogs is also a good way to display content on your website more functionally and beautifully. In addition, the template are prepared with 6 color themes so that you can change the look of your site immediately.

Download Now

HOT TRAILERS

View More

Menu Variations

  • Action | Adventured
  • 1.235.102

Not just a simple drop-down menu bar of the standard Joomla templates, JSN Moviebox has 3 different menu styles to change the look of your site and easily navigate your audience to target pages. Especially, those menu styles display well on every mobile device.

Content Elements

  • Action | Adventured
  • 1.235.102

Module Positions

  • Action | Adventured
  • 1.235.102

Module Styles

  • Action | Adventured
  • 1.235.102

Content Types

  • Action | Adventured
  • 1.235.102

LATEST NEWS

View More

About

  • Admin
  • 20 Now 2017

Contact

  • Admin
  • 20 Now 2017

Quick Tour

  • Admin
  • 20 Now 2017

Let's take a quick tour to view what is special inside this template| You may say "Wow" when stepping to this fantastic page.

404 Error

  • Admin
  • 20 Now 2017

Coming Soon

  • Admin
  • 20 Now 2017

Do you like Moviebox?

Amaze your cinema fans right now with fascinating look of JSN Moviebox.

Download Now

เปิดบริการ "รับยาโดยไม่พบแพทย์" (Drive Thru) เริ่มให้บริการ 5 เมษายน 2564


เรียนผู้มารับบริการศูนย์หัวใจสิริกิติ์ฯ ด้วยสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบใหม่นี้ ทางศูนย์หัวใจสิริกิติ์ฯ ได้กำหนดมาตราการควบคุมเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องหลังจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้น ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ฯ ได้เปิดให้ผู้มารับบริการสามารถลงทะเบียนเพื่อมารับยาโดยไม่ต้องพบแพทย์ Drive Thru เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2564 นี้ ซึ่งขั้นตอนการให้บริการเป็นดังนี้
 
การให้บริการรับยาไม่พบแพทย์ (Drive Thru) มีขั้นตอนการให้บริการ ดังนี้ 
   1. บริการนี้ใช้ได้เฉพาะผู้ป่วยที่ใช้สิทธิการรักษา จ่ายตรงกรมบัญชีกลาง,อปท.,ชำระเงินเอง 
   2. ต้องลงทะเบียนก่อนมารับยาล่วงหน้า อย่างน้อย 2 วันทำการ
   3. หลังจากลงทะเบียน ท่านสามารถรับยาที่จุดรับส่งผู้ป่วย อาคารศูนย์หัวใจสิริกิติ์ฯ
   4. กรณีผู้ป่วยที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือด (Warfarin : วาร์ฟาริน) ไม่สามารถใช้บริการนี้ได้
   5. บริการนี้ท่านสามารถรับยาได้ใน วัน-เวลา ราชการเท่านั้น

เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้มารับบริการอีกช่องทาง โดยท่านสามารถลงทะเบียนในแบบฟอร์มผ่านระบบออนไลท์ เพื่อนัดหมายวันและเวลาในการรับยาได้จาก
ลงทะเบียนเพื่อรับบริการ "รับยาโดยไม่พบแพทย์"

Pages

About Us

การบริการในสถานการณ์อันเนื่องมาจาก
เชื้อไวรัส COVID-19

  บริการรับยาโดยไม่พบแพทย์

คำชี้แจงการรับบริการ 

1. บริการนี้ใช้ได้เฉพาะผู้ป่วยที่ใช้สิทธิการรักษา จ่ายตรงกรมบัญชีกลาง,อปท.,ชำระเงินเอง
2. ต้องลงทะเบียนก่อนมารับยาล่วงหน้า อย่างน้อย 2 วันทำการ
3. หลังจากลงทะเบียน ท่านสามารถรับยาที่จุดรับส่งผู้ป่วย อาคารศูนย์หัวใจสิริกิติ์ฯ
4. กรณีผู้ป่วยที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือด (Warfarin : วาร์ฟาริน) ไม่สามารถใช้บริการนี้ได้
5. บริการนี้ท่านสามารถรับยาได้ใน วัน-เวลา ราชการเท่านั้น 

  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

คุณภัทริณี อนันต์สุวรรณชัย   หมายเลขโทรศัพท์  066-0952979

ขั้นตอนการลงทะเบียน

ผู้ใช้บริการสามารถ ลงทะเบียน ตามแบบฟอร์มการลงทะเบียนรับยาโดยไม่พบแพทย์ ที่นี่ 

คำแนะนำและการดูแลตนเองเบื้องต้น เพื่อป้องกันโรคระบาด COVID-19

หลีกเลี่ยงพื้นที่แออัด

หลีกเลี่ยงพื้นที่แออัด หรือไม่ไปในพื้นที่แออัดโดยไม่จำเป็น
หากจำเป็น ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา
เมือกลับถึงบ้าน ควรทำความสะอาดร่างกาย อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าทันที

อาหารปรุงสุก

กินเดียว - ปรุงร้อน- ช้อนตัวเอง - เก่งล้างมือ

ใส่หน้ากากอนามัย

เนื่องจากมีการระบาดของโรค COVID-19 กรุณาใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันตัวท่านเองและคนรอบข้าง

ข้อมูลเกี่ยวกับการระบาด

ท่านสามารถติดตามข้อมูลการระบาด แนวทางการป้องกัน การปฏิบัติ

สสส

ไทยรู้สู้โควิด

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 

ศบค.

ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19

กระทรวงมหาไทย (ศบค.มท.)

กรมควบคุมโรค

กระทรวงสาธารณสุข

รายงานสถานการณ์ โควิด-19
อัพเดทข้อมูลล่าสุด ทุกวัน 

เพราะหัวใจไม่เคยหยุดเต้น เราก็เช่นกัน 

ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

กลับไปหน้าแรก ศสก.

การรับประทานอาหารและการจำกัดน้ำ

     - เด็กควรได้รับโภชนาการที่เพียงพอโดยรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ได้สัดส่วน และจำกัดปริมาณน้ำดื่มตามแผนการรักษาของแพทย์เพื่อป้องกันภาวะน้ำเกินในร่างกาย ภายหลังการผ่าตัด

     - เด็กต้องจำกัดการรับประทานเกลือโซเดียม (1/2 ช้อนโต๊ะต่อวัน) ซึ่งมีในอาหารรสเค็ม อาหารกระป๋อง และของหมักดอง หลีกเลี่ยงการเติม เกลือ น้ำปลา หรือ ซีอิ้วเพิ่มในอาหาร

     - เด็กควรรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงเพื่อป้องกันภาวะซีด ได้แก่ ผักใบเขียว เครื่องในสัตว์ ฯลฯ

การรับประทานยา

     - เด็กจะได้รับยาต้านเกร็ดเลือด เพื่อป้องกันการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันรอบๆ อุปกรณ์พิเศษ หากมีอาการผิดปกติได้แก่ มีจุดจ้ำเลือดใต้ผิวหนัง ถ่ายหรือปัสสาวะเป็นเลือด เลือดกำเดาไหลบ่อยๆ อย่าหยุดยาเอง ให้รีบมาพบแพทย์เพื่อติดตามอาการ ระวังการรับประทานยาร่วมกับสมุนไพรที่เสริมฤทธิ์ยา เช่น ขิง แปะก็วย ตังกุย ซึ่งจะทำให้เลือดออกมากขึ้น

การออกกำลังกาย

     - การทำกิจกรรมในช่วงที่ได้รับยาต้านเกร็ดเลือด ให้งดการออกกำลังกาย เช่น การถีบจักรยาน กระโดด วิ่ง ว่ายน้ำ เล่นฟุตบอล หรือยกของหนักเป็นเวลา 1 เดือนเพื่อป้องกันอุปกรณ์หลุด

     - งดออกกำลังกายที่มีการกระแทก เช่น การเล่นฟุตบอล บาสเกตบอล ตามระยะเวลาที่รับประทานยาต้านเกร็ดเลือด   

การได้รับวัคซีน

     - เด็กควรได้รับวัคซีนพื้นฐานตามเกณฑ์และวัคซีนทางเลือกเพิ่มเติมโดยปรึกษาแพทย์ แต่งดการฉีดในขณะรับประทานยาต้านเกร็ดเลือด

การป้องกันการติดเชื้อ

     - เด็กควรแปรงฟันอย่างน้อย 2 ครั้ง/วัน ใช้ขนแปรงอ่อนนุ่ม เพื่อป้องกันภาวะเลือดออกตรวจสุขภาพช่องฟันสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากช่องปากสู่ลิ้นหัวใจ

การสังเกตอาการผิดปกติ

     - กรณีเกิดการห้อเลือดบริเวณร่างกายให้ประคบเย็นเพื่อลดการคั่งของเลือดกรณีเกิดการห้อเลือดบริเวณร่างกายให้ประคบเย็นเพื่อลดการคั่งของเลือด

     - หากเกิดอาการมึนงง หน้ามืดเป็นลม อ่อนแรง บ่อยครั้งหลังการใส่อุปกรณ์พิเศษ ให้มาพบแพทย์

     - หากขาข้างที่มีการสวนหัวใจเพื่อใส่อุปกรณ์พิเศษมีสีเปลี่ยนไป อ่อนแรง เย็น รู้สึกชา ร่วมกับมีไข้สูง หนาวสั่น ให้รีบมาพบแพทย์•สังเกตอาการผิดปกติจากการเลื่อนหลุดของอุปกรณ์พิเศษ เช่น หายใจไม่อิ่ม เวียนศีรษะ

 

การรับประทานอาหารและการจำกัดน้ำ

     - เด็กควรได้รับโภชนาการที่เพียงพอโดยรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ได้สัดส่วน และจำกัดปริมาณน้ำดื่มตามแผนการรักษาของแพทย์เพื่อป้องกันภาวะน้ำเกินในร่างกาย ภายหลังการผ่าตัด

     - เด็กต้องจำกัดการรับประทานเกลือโซเดียม (1/2 ช้อนโต๊ะต่อวัน) ซึ่งมีในอาหารรสเค็ม อาหารกระป๋อง และของหมักดอง หลีกเลี่ยงการเติม เกลือ น้ำปลา หรือ ซีอิ้วเพิ่มในอาหาร

     - เด็กควรรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงเพื่อป้องกันภาวะซีด ได้แก่ ผักใบเขียว เครื่องในสัตว์ ฯลฯ

     - เด็กไม่ควรสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

การรับประทานยา

     - เด็กรับประทานยาตามคำสั่งแพทย์ หากมีอาการผิดปกติที่เป็นอาการข้างเคียงต้องปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยาทุกครั้งหากซื้อยารับประทานเองต้องปรึกษาแพทย์ถึงผลของยาต่อหัวใจ ไต หรือปฏิกิริยาร่วมกับยาอื่นที่ใช้รักษาอยู่

     - เด็กที่ได้รับการผ่าตัดหัวใจชนิดเปิด จะมีการผ่ากระดูกหน้าอกและผูกติดกันเมื่อเสร็จสิ้นการผ่าตัด ความแข็งแรงของโครงสร้างกระดูกมักจะเริ่มตั้งแต่อาทิตย์ที่ 2-3 จึงควรระมัดระวังอันตรายที่จะเกิดจากอุบัติเหตุ เช่น แรงกระแทกที่หน้าอก และไม่ควรให้ผู้ป่วยยกของหนัก ภายใน 4-6 อาทิตย์ เด็กส่วนใหญ่จะสามารถทำกิจวัตรประจำวันในการช่วยเหลือตัวเองได้ ใน 1-2 อาทิตย์ และกลับไปเรียน หรือปฏิบัติงานได้หลังจาก 2 อาทิตย์ไปแล้ว

การได้รับวัคซีน

     - เด็กควรได้รับวัคซีนพื้นฐานตามเกณฑ์และวัคซีนทางเลือกเพิ่มเติมโดยปรึกษาแพทย์

การป้องกันการติดเชื้อ

     - เด็กควรตัดเล็บให้สั้นและไม่เกาแผลผ่าตัด เพื่อป้องกันการติดเชื้อเด็กควรตัดเล็บให้สั้นและไม่เกาแผลผ่าตัด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

     - เด็กควรแปรงฟันอย่างน้อย 2 ครั้ง/วัน ตรวจสุขภาพช่องฟันสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากช่องปากสู่ลิ้นหัวใจ

     - การแคะขี้หูเด็ก ควรกระทำอย่างระมัดระวัง หากเป็นไปได้ผู้ปกครองไม่ควรทำให้เด็กเอง หรือปล่อยให้เด็กทำเอง ควรพาเด็กไปพบแพทย์โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก เพื่อทำการตรวจส่องกล้อง และเอาขี้หูออก

การสังเกตอาการผิดปกติ

     - สังเกตแผลผ่าตัดว่ามีอาการปวด บวม แดง ร้อน หรือมีไข้สูงเกิน 38 องศาเพิ่มขึ้นหรือไม่ หากมีอาการให้มาพบแพทย์สังเกตแผลผ่าตัดว่ามีอาการปวด บวม แดง ร้อน หรือมีไข้สูงเกิน 38 องศาเพิ่มขึ้นหรือไม่ หากมีอาการให้มาพบแพทย์

     - มีอาการหอบเหนื่อย นอนราบไม่ได้ บวม ปัสสาวะออกน้อยกว่าปริมาณน้ำที่ดื่มในแต่ละวัน ร่วมกับน้ำหนักเพิ่มจากเดิมมากกว่า 1 กิโลกรัมภายใน 1-2 วัน (หรือ 2 กิโลกรัมภายใน 3 วัน) แสดงถึงภาวะคั่งน้ำและเกลือ

     - มีอาการเป็นลม หมดสติ สีผิวคล้ำ เขียว อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

 

1) ต้องได้รับการตรวจอย่างต่อเนื่องกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูงอย่างน้อยปีละครั้ง หรือตามความคิดเห็นของแพทย์ 

2)  หลีกเลี่ยงและป้องกันการขาดน้ำ ภาวะที่ทำให้มีการขาดน้ำ เช่น ไข้ ปัสสาวะมาก กินไม่ได้ ท้องเสีย และการอบซ่าวน่า เป็นต้น ดังนั้นผู้ป่วยไม่ควรอบซาวน่า ห้องอบไอน้ำ หรืออยู่ในที่อากาศร้อนมาก และควรพบแพทย์เมื่อมีการเจ็บป่วยเกิดขึ้น

3)  ห้ามการตั้งครรภ์ในผู้ป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่มีภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูงรุนแรงหรือเข้าสู่ภาวะ Eisenmenger เพราะจะเพิ่มอัตราการเสียชีวิตในมารดาได้ถึงร้อยละ 20 ถึง ร้อยละ 50 และมีโอกาสแท้งบุตรสูง ทารกตัวเล็ก และพิการแต่กำเนิดได้

4)  แนะนำวิธีการคุมกำเนิด เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ ซึ่งมีโอกาสแท้งสูงทารกมีโอกาสรอดเพียงร้อยละ 12 หากรอดชีวิตก็มักจะตัวเล็กและพิการ โดยเฉพาะถ้าความเข้มข้นของออกซิเจนในกระแสเลือดของมารดาน้อยกว่าร้อยละ 85 แนะนำให้ผู้ป่วยคุมกำเนิดโดยใช้ถุงยางอนามัย ทำหมัน  ใช้ยาคุมที่ไม่มีส่วนผสมของเอสโตรเจนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันจากยาคุมกำเนิดที่มีเอสโตรเจนเป็นส่วนประกอบ  และหลีกเลี่ยงการคุมกำเนิดด้วยการใช้ห่วงอนามัยเพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ 

5)  ผู้ป่วยที่มีอาการปากเขียว ปลายมือปลายเท้าเขียวมากขึ้น หายใจหอบเหนื่อย ไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด แนะนำให้วัดค่าความเข้มข้นของออกซิเจนในกระแสเลือดที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน และเฝ้าดูการตอบสนองต่อการให้ออกซิเจนในผู้ป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่มีภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูงรุนแรงหรือเข้าสู่ภาวะ Eisenmenger และควรมีออกซิเจนสำรองไว้ที่บ้านเพื่อใช้ หากผู้ป่วยมีอาการ หอบเหนื่อย หายใจไม่อิ่ม หรือปากเขียวคล้ำบ่อยครั้งขึ้น 

6)  หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายแบบเกร็งกล้ามเนื้อ เช่น เล่นกล้าม ยกน้ำหนัก การแข่งขัน เป็นต้น หลีกเลี่ยงการทำงานหนักหรือออกแรงหนักเพราะอาจทำให้เกิดอาการหน้ามืดเป็นลมได้

7)  ให้การรักษาภาวะซีดจางจากการขาดธาตุเหล็ก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่มีภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูงรุนแรงหรือเข้าสู่ภาวะ Eisenmenger 

8)  การทำหัตถการดูดเลือดที่ข้นออก (phlebotomy) ในรายที่มีอาการจากภาวะเลือดข้น (hematocrit) มากกว่าร้อยละ 65 และไม่มีภาวะขาดน้ำหรือขาดธาตุเหล็กร่วมด้วย

9)  เฝ้าระวังภาวะเลือดออกผิดปกติต้องรีบหาสาเหตุและให้การรักษา เช่น ให้ยาลดอาการไอ หลีกเลี่ยงการใช้ยาลดน้ำมูกหากมีอาการไอเป็นเลือด และควรใช้ยาละลายลิ่มเลือดอย่างระมัดระวังตามข้อบ่งชี้ 

10)  รักษาภาวะหัวใจวายโดยใช้ยา digitalis และยาขับปัสสาวะเป็นครั้งคราว

11)  จำกัดเกลือ โดยควรบริโภคเกลือไม่เกิน 2 กรัมต่อวัน โดยเฉพาะรายที่มีอาการหัวใจซีกขวาวาย

12)  หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา สูบบุหรี่ ท้องผูก หากเบ่งถ่ายอุจจาระจะทำให้ความดันหลอด

เลือดแดงปอดสูงขึ้นฉับพลัน  ทำให้เป็นลมหมดสติ แนะนำให้ใช้ยาระบายหากมีอาการท้องผูก

13)  เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการติดเชื้อในปอดและสมองเนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้จะ

เสี่ยงต่อการติดเชื้อในสมอง ฝีในสมอง (ไข้ ปวดหัวมาก  อาเจียน  ซึม)  จึงแนะนำให้ผู้ป่วยรับวัคซีน pneumococcal vaccines ทุก  5 ปี และควรรับวัคซีน influenza vaccine ทุก 1 ปี เพราะการติดเชื้อในปอดจะส่งผลทำให้ภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูงแย่ลงได้

14)  ดูแลสุขภาพปากและฟัน หลีกเลี่ยงการติดเชื้อในช่องปาก การติดเชื้อช่องหู และใช้ยาฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันการติดเชื้อในผู้ป่วยทำฟันทุกราย

15)  เฝ้าระวังนิ่วในถุงน้ำดี เช่น อาการจุกเสียด แน่นท้อง ตัวเหลือง ตาเหลือง ปวดท้องใต้ชายโครงขวา เป็นต้น 

16)  ควรใส่เครื่องกรองลิ่มเลือดที่ตำแหน่งหลอดเลือดดำใหญ่บริเวณขา (IVC filter) เพื่อป้องกันลิ่มเลือดอุดตันในผู้ป่วยเสี่ยงหรือสงสัยว่ามีลิ่มเลือดอุดกั้นในหลอดเลือดปอด (pulmonary emboli) ภาวะฟองอากาศในหลอดเลือดดำ (air embolism) 

18)  หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีผลทำให้ภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูงแย่ลง หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีผลต่อไต เช่น ยาแก้ปวด ยาต้านการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) ยานอนหลับ ยาปฏิชีวนะที่มีผลต่อการออกฤทธิ์ของยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Warfarin) ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งหากมีความจำเป็นต้องใช้ยาดังกล่าวข้างต้น

19)  หลีกเลี่ยงการอยู่อาศัยหรือเดินทางไปในที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลมากกว่า  4000  ฟุตเช่น  ภูเขาสูง  การเดินทางโดยเครื่องบิน  เป็นต้น  โดยหลีกเลี่ยงการเดินทางโดยเครื่องบินที่ใช้ระยะเวลานาน  เนื่องจากค่าความเข้มข้นของออกซิเจนที่เบาบางในที่สูงจะกระตุ้นให้ภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูงแย่ลงได้หากมีความจำเป็นต้องเดินทางโดยเครื่องบิน  ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการมาก (WHO functional class III-IV)  และมี PaO2 น้อบกว่า 60 มิลลิเมตรปรอท  หรือความอิ่มตัวของออกซิเจนน้อยกว่าร้อยละ  90  โดยวัดขณะอยู่บนพื้นดิน  แนะนำให้ใช้ออกซิเจนทดแทน 2-3 L/min  เพื่อให้ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดแดงบนเครื่องบินไม่น้อยกว่าร้อยละ  90

20)  ผู้ป่วยที่ได้รับยา Bosentan ควรตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของตับเป็นประจำทุกเดือน  

เนื่องจากยาสามารถเพิ่มระดับเอ็นไซม์ตับ(aminotransferases หรือ SGPT)  และระหว่างการใช้ยานี้อาจมีอาการวิงเวียนเกิดขึ้นได้  จึงควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะรวมถึงการทำงานกับเครื่องจักรเพราะอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย  หากมีอาการคลื่นไส้อาเจียน  เบื่ออาหาร  มีไข้  ปวดท้อง  ตัวเหลือง  ตาเหลือง  ปัสสาวะมีสีคล้ำ  มีผื่นคันตามผิวหนัง  เหนื่อยง่าย  ให้รีบมาโรงพยาบาล

21)  ห้ามใช้ยา Bosentan ในหญิงตั้งครรภ์เพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตในครรภ์มารดาและทารกมีความพิการผิดรูป

22)  อาการไม่พึงประสงค์ที่พบได้บ่อยจากยา Sildenafil โดยเป็นผลจากฤทธิ์การขยายของหลอดเลือด (vasodilation) ได้แก่ ชีพจรเต้นผิดปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตต่ำ จึงควรระวังการใช้ยานี้ร่วมกับยากลุ่มอื่น

23)  หลีกเลี่ยงการใช้ยา Beraprost sodium (Dorner) ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด เนื่องจากมีผลเสริมฤทธิ์กันในการทำให้เกิดภาวะเลือดออกง่าย หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่จะก่อให้เกิดบาดแผล หากพบอาการวิงเวียนหลังใช้ยานี้ให้หลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะหรือการทำงานกับเครื่องจักรกล

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อห้องตรวจกุมารเวชศาสตร์หัวใจ เบอร์โทรศัพท์ 043-232700 ต่อ 68155 หรือหอผู้ป่วยในกุมารเวชศาสตร์หัวใจ เบอร์โทรศัพท์ 043-232700 ต่อ 68512

     ภาวะหัวใจวายในผู้ใหญ่ จะสังเกตได้จากอาการขาบวม หน้าบวมหอบเหนื่อย เหนื่อยง่าย แต่ภาวะหัวใจวายในเด็กอาจจะยังไม่มีอาการดังกล่าวข้างต้น ดังนั้น ผู้ปกครองต้องสังเกตอาการ ดังนี้ภาวะหัวใจวายในผู้ใหญ่ จะสังเกตได้จากอาการขาบวม หน้าบวมหอบเหนื่อย เหนื่อยง่าย แต่ภาวะหัวใจวายในเด็กอาจจะยังไม่มีอาการดังกล่าวข้างต้น ดังนั้น ผู้ปกครองต้องสังเกตอาการ ดังนี้

  • เลี้ยงไม่โต หมายความว่า สัดส่วนระหว่างส่วนสูง น้ำหนักตัว และอายุไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่าต้องมีอะไรผิดปกติ
  • เมื่อกินนมต้องหยุดเป็นพัก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูดนมแม่หรือนมจากขวด เด็กทั่วไปจะดูดรวดเดียวหรือพักครั้งเดียวจบ ไม่เกินครึ่งชั่วโมง แต่เด็กที่เป็นโรคหัวใจจะทำไม่ได้ ดูดได้พักเดียวต้องหยุดหอบ แล้วค่อยกลับไปดูดใหม่ กว่าจะอิ่มต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง ตรงนี้สำคัญมากเพราะเป็นอาการที่พ่อแม่มักจะไม่ได้สังเกต และคิดว่าเป็นเรื่องปกติ ดังนั้น หากเด็กดูดนมช้าหรือดูดแล้วหยุดเป็นพัก ๆต้องใช้เวลาในการให้นมแต่ละมื้อนานเป็นชั่วโมงหรือสองชั่วโมง ก็ให้สงสัยไว้ก่อน
  • หายใจหอบถี่ หมายความว่าอาการแย่ลง เด็กแรกเกิดอาจหายใจ 40 ครั้งต่อนาที แต่เด็กที่หัวใจวายอาจหายใจเร็วถึง 60 ครั้งต่อนาที แม้ในขณะที่นอนหลับ 

     มักพบในกลุ่มที่มีเลือดรั่วจากซีกซ้ายของหัวใจไปยังด้านขวาและไปปอดมากขึ้น เด็กกลุ่มนี้จะมีอาการป่วยเรื้อรัง ผอม น้ำหนักน้อย มีปัญหาเรื่องการเลี้ยงดูไม่เจริญเติบโต เหนื่อยหอบ เหงื่อออกมากแม้อากาศเย็น ดูดนมลำบาก รับประทานอาหารได้น้อย ต้องพักเหนื่อยระหว่างรับประทาน บางครั้งมีพัฒนาการช้า เนื่องจากป่วยหนัก สีผิวซีดเซียว และบางรายก็มีอาการบวมร่วมด้วย หรือป่วยเป็นปอดบวมบ่อยๆ ในช่วงระยะเวลาก่อนผ่าตัดการให้การดูแลสุขภาพทั่วไป ดังนี้

ด้านโภชนาการ ในเด็กที่เป็นโรคหัวใจและไม่มีอาการ ให้การดูแลเช่นเด็กปกติ ให้อาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ในเด็กที่มีอาการหัวใจวาย มีอาการหอบบวมควรให้ลดอาหารเค็ม ให้น้ำพอสมควร

การเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ไม่ว่าเด็กจะเป็นโรคหัวใจชนิดใดให้ได้เช่นเด็กปกติ แต่ควรเลือกช่วงเวลาที่เด็กสบายๆ ไม่มีการเจ็บป่วยหนักขณะนั้น

หลีกเลี่ยงการนำเด็กไปที่แออัด เพื่อไม่ให้เด็กเป็นหวัดง่ายอันจะนำมาซึ่งโรคแทรกปอดอักเสบหรือปอดบวม

ผู้ปกครองต้องดูแลให้เด็กได้รับยาที่ถูกต้อง ได้แก่ ยากลุ่มเพิ่มการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ (ดีจิตาลิส) ยาขับปัสสาวะ ยาขยายหลอดเลือดร่างกาย เป็นต้น

ต้องมีการดูแลสุขภาพฟัน พบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน

เมื่อเด็กป่วยเป็นไขหวัดควรพบแพทย์โดยเร็ว เด็กกลุ่มนี้มักจะไอมีเสมหะมากซึ่งหากเป็นหลายๆ วันอาจมีการติดเชื้อในปอดเป็นโรคปอดบวมแทรกได้ เมื่อเด็กเริ่มป่วยจึงควรที่จะไปพบแพทย์แต่เนิ่นๆ

การออกกำลังกาย ต้องไม่หักโหม ไม่ควรเล่นกีฬาแข่งขัน เพราะเด็กจะหยุดไม่ได้เมื่อเหนื่อย

 

อาการที่ต้องมาพบแพทย์ก่อนนัด

    เหนื่อย หายใจเร็ว หายใจไม่อิ่ม ดูดนมไม่ค่อยได้ บวม นอนราบไม่ได้ ไอมาก ปัสสาวะออกน้อย น้ำหนักตัวขึ้นมากกว่าปกติ

Go to top