Jan 19

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดเขียว ที่มีระดับออกซิเจนในเลือดลดลงอย่างรุนแรง (Hypoxic spells)

Hypoxic spells เป็นภาวะที่เด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดมีระดับออกซิเจนในเลือดลดลงอย่างรุนแรงเป็นเวลานาน แม้ว่าส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่ก็อาจรุนแรงถึงเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องในเวลาอันควร

อาการ 

     เด็กจะแสดงอาการของการขาดออกซิเจน เด็กเล็กจะกระวนกระวาน ร้องครางไม่ยอมหยุด หอบ เขียวขึ้นกว่าเดิม มักได้ประวัติจะเป็นตอนเช้าเมื่อตื่นนอนใหม่ ๆ หรือ เวลาร้องไห้มาก ร้องนาน หรือในรายที่มีการขาดสารน้ำร่วมด้วย เช่น ถ่ายเหลว อาเจียน จากสาเหตุใดๆ ก็ตาม ในเด็กโตมักมีอาการหลังร้องมาก ๆ หรือเบ่งมาก ๆ เช่นเบ่งถ่ายอุจจาระ เด็กจะปรับตัวเองด้วยการนั่งยอง ๆ พบบ่อยตั้งแต่ อายุ 1-2 ปี เป็นต้นไป และพบน้อยลงหลังอายุ 8-10 ปี 

วิธีการดูแลบุตรหลาน
  1. ในช่วงที่มีไข้ ไม่สบาย ถ่ายเหลว ให้ระวังภาวะขาดน้ำ ควรให้ดิ่มน้ำบ่อย ๆ ให้มีปัสสวะใสพอสมควร และรีบพาไปพบแพทย์
  2. ถ้าหากมีอาการเขียวมากขึ้น หายใจหอบลึกมากขึ้น ซึมเพลีย ตัวอ่อนปวกเปียก (มักเป็นหลังตื่นนอนตอนเช้า หลังเล่นหรือร้องมากๆ ) ให้ปฏิบัติดังนีั
    1. ปลอบเด็กให้หยุดร้อง ควรรีบทำให้เร็วที่สุดไม่ควรปล่อยให้เป็นอยู่นานเพราะจะดูแลลำบากและอาจเป็นอันตรายรุนแรงได้ 
    2. ให้งอเข่าเด็กทั้ง 2 ข้างคู้เข้าชิดหน้าอกอาจจะอุ้มขึ้นแนบอก กรณีเป็นเด็กเล็ก  ถ้าเป็นเด็กโตให้นอนตะแคงเข่าคู้ชินหน้าอกให้มากที่สุด ถ้าได้ผลผู้ป่วยจะหายใจดีขึ้น ริมฝีปากเริ่มกลับมาเป็นเหมือนปกติก่อนเกิดอาการ ถ้าหากทำวิธีดังกล่าวแล้วไม่ดีขุึ้น ให้รีบพาผู้ป่วยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้านให้เร็วที่สุด เพื่อให้ออกซิเจนและยา โดยอุ้มในท่าดังกล่าว
  3. รับประทานอาหารได้ทุกอย่าง ไม่มีของแสลง เด็กสามารถเติบโตได้พอสมควร ถ้าได้อาหารที่ครบทุกหมู่ เนื้อ นม ไข โดยเน้นอาหารพวกไขมันให้ใช้น้ำมันพืชในการทอด ผัด แทนการต้นหรือลวก
  4. รับประทานยาที่แพทย์ให้ ไม่ควรซื้อยามาให้รับประทานเอง เพราะอาจเป็นอันตราย
  5. ฟันเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับเด็กโรคหัวใจชนิดเขียว ชั้นเคลือบจะไม่แข็งแรง ควรต้องได้รับการดูแลมากเป็นพิเศษ ผู้ป่วยเหล่านี้มีโอกาสฟันผุง่ายกว่าเด็กทั่วไปมาก ควรดูแลฟันตั้งแต่ผู้ป่วยอายุยังน้อย โดยเริ่มจากการเช็ดเหงือกก่อนนอนเพื่อให้เด็กชินกับการทำความสะอาดฟัน จากนั้นจึงให้แปรงฟันและนำผู้ป่วยไปตรวจฟันกับทันตแพทย์ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ฟันที่ผุจะเป็นแหล่งที่มีเชื้อโรคสะสมอยู่มากและ อาจเป็นแหล่งกระจายเชื้อให้ผู้ป่วยเกิดฝีในสมองหรือติดเชื้อในหัวใจได้และระวังการเกิดหูน้ำหนวกด้วย 
  6. ต้องรักษาโรคหูน้ำหนวกด้วย ถ้าตรวจพบหรือมีอาการ
  7. ดูแลบุตรหลานของท่านโดยระวังอาการที่เป็นสัญญาญอันตรายต่อไปนี้ 
    • มีอาการเขียวมากขึ้น เหนื่อยมากขึ้น และตัวอ่อนปวกเปียกบ่อยครั้งขึ้น
    • ไข้นานหลายวันติดต่อกัน ซึมลง ร้องปวดหัวอาเจียนไม่ทราบสาเหตุ
    • ขยับแขาขาได้ลดน้อยลง หรือมีชักเกร็งกระตุก
  8. ความผิดปรกติที่หัวใจนั้นต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติมในเวลาต่อมา แพทย์จะเป็นผู้บอกอีกครั้งว่าสามารถให้ความช่วยเหลือบุตรหลานท่านด้วยวิธีใด ถ้าหากต้องผ่าตัดจะบอกเวลาที่เหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง
  9. รับวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ ได้เหมือนเด็กปกติทั่วไป
  10. บุตรคนต่อไปมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดมากขึ้น คุณแม่ควรมาฝากครรภ์แต่ เนิ่น ๆ และเด็กในครรภ์ควรได้รับการอัลตราซาวนด์

ภาพประกอบ: https://www.nlm.nih.gov

Read 355 times Last modified on Friday, 22 January 2016 10:02